บทความ


เปิดเผยความลับในฝัก “วานิลลา”

วานิลลา (Vanilla) เป็นกลิ่นที่ได้จากเมล็ดของกล้วยไม้พันธุ์ Vanilla ซึ่งถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก จะมีลักษณะเป็นฝักยาว สีเขียว คล้ายกับถั่วฝักยาว เป็นแหล่งของโพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่ช่วยยับยั้งการเกิดปฎิกิริยาต่ออนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบได้

 

ความจริงแล้ววานิลลาไม่ได้มีกลิ่นหอมมาตั้งแต่แรก แถมยังขมอีกต่างหาก กลิ่นนั้นเกิดจากสารวานิลิน (Vanilin) ที่เกิดหลังจากการตากแดดอย่างถูกต้องเท่านั้น เริ่มจากเลือกฝักวานิลลาที่แก่จัด (ประมาณ 8-9 เดือน) แล้วนำมาตากในที่อากาศร้อน แห้งและถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ฝักวานิลลาระเหยน้ำออกจนแห้งสนิท ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะทำให้สารวาลินินออกมาจากฝักจนมีกลิ่นหอมที่เรียกว่า “กลิ่นวานิลลา”

 

กลิ่นของวานิลลามีสรรพคุณช่วยในการผ่อนคลาย ทำให้หลับสบาย จึงทำให้สารสกัดจากวนิลาถูกนำไปใช้กันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม เทียน โลชั่นทาผิว บาธออยล์ และแชมพู เป็นต้น

 

ประโยชน์จากกลิ่นวานิลลา

  • ช่วยลดน้ำหนัก มีผลวิจัยพบว่า กลิ่นวานิลลาจะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ เช่น การจิบผลิตภัณฑ์กลิ่นวานิลลาในระหว่างวัน อาจทำให้รู้สึกดีขึ้นและลดอาการหิวได้
  • ช่วยผ่อนคลายความเครียด กลิ่นวานิลลามีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางและสมอง ทำให้ผ่อนคลายความเครียด และช่วยลดอาการวิตกกังวลลงได้
  • สร้างความสดชื่นให้ร่างกาย กลิ่นวานิลลาช่วยกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่ารวมถึงสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกาย และลดอาการอ่อนเพลียได้
  • กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด กลิ่นวานิลลาจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีพลัง เพราะฉะนั้น เครื่องดื่มที่มีกลิ่นวานิลลามาดื่ม รับรองร่างกายสดชื่นและยังได้กล้ามเนื้ออีกด้วย
  • บรรเทาอาการท้องไส้ปั่นป่วน กลิ่นวานิลลาหรือการจิบชากลิ่นวานิลลาอุ่นๆ จะช่วยบรรเทาอาการท้องไส้ปั่นป่วนได้

 

วนิลลาถูกนำมาทำเป็นของหวานอย่างเช่น ไอศกรีม ที่ใครหลายๆชอบ หรือถูกนำไปใช้เป็นเครื่องหอมต่างๆ เพราะกลิ่นสามารถทำให้ผ่อนคลายได้เห็นอย่างนี้แล้วสาวๆหรือหนุ่มๆคนไหนชอบกลิ่นวานิลลาคงได้รู้เรื่องราวของกลิ่นหอมนี้แล้วยังไงอย่าลืมดูแลสุขภาพให้สดชื่นเหมือนวานิลลาด้วยนะครับ

 

ด้วยความห่วงใยจาก kleen อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ

ทำความรู้จักกับ โปรตีน Isolate ให้มากขึ้น

Isolate Protein คือ

Isolate Protein หมายถึงโปรตีนที่ผ่านการสกัดเพื่อให้ได้กรดอะมิโนบริสุทธิ์ที่ 90% กรดอะมิโนดังกล่าวเรียกว่ากรดอะมิโนจำเป็นเนื่องจากร่างกายสร้างขึ้นมาเองไม่ได้จำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ซึ่งมีดังนี้ ทริปโตเฟน (Tryptophan), ทรีโอนีน (Threonine), ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine), เมไธโอนีน (Methionine), ลิวซีน (Leucine), ไลซีน (Lysine), วาลีน (Valine), ไอโซลิวซีน (Isoleucine), ฮิสทิดีน (Histidine)

 

Isolate Protein มาจากไหน

วัตถุดิบที่ใช้สกัดเอา Isolate Protein ส่วนใหญ่ก็มาจากอาหารชนิดที่ให้โปรตีนในปริมาณสูง เช่น ถั่วเหลือง ไข่ และ Whey Protein (เวย์ โปรตีน) ซึ่งส่วนใหญ่จะได้จากขบวนการทำเนยแข็ง เขาจะเอาวัตถุดิบเหล่านี้มาทำการสกัดออกมาเป็นกรดอะมิโนแต่ละชนิด ซึ่งมีมากเป็นสิบชนิด จากนั้นดึงเอากรดอะมิโนแต่ละชนิดที่เขาต้องการมารวมกันใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่ก็ดึงเอาเฉพาะกรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิดอย่างที่ว่านั่นแหละมารวมกันเรียกว่า Isolate Protein

 

ประโยชน์ของ Isolate Protein

Isolate Protein หรือ กรดอะมิโนจำเป็น จะทำหน้าที่เข้าไปซ่อมเซลล์ ซ่อมอวัยวะที่เสียหายหรือเสื่อมโทรม หรือเซลล์ของอวัยวะที่เจ็บป่วย หรือซ่อมระบบการทำงานต่างๆในร่างกายซึ่งมีมากกว่า 200 ระบบให้กลับมาสามารถทำงานให้เป็นปกติได้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าต้องมีโภชนาการพื้นฐานที่ดีเสียก่อน รวมทั้งข้อปฏิบัติต่างๆเพื่อให้มีสุขภาพดี

 

มนุษย์ทุกคนล้วนมีความต้องการ Isolate Protein เพราะโปรตีนตัวนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยซ่อมแซมระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นอย่างลืมใส่ใจหาของที่มีประโยชน์ให้ร่างกายควบคู่กับการออกกำลังกาย

 

ด้วยความปราถนาดีจาก highway whey protein Isolate

ขอบคุณข้อมูลจาก zegrain.com

วันวาเลนไทน์ปีนี้ กิน "ช็อกโกแลต" อย่างไร ให้ "หัวใจ" แข็งแรง?

นอกจากกุหลาบแดง ก็คงเป็นช็อกโกแลตที่ขายดิบขายดีช่วงวาเลนไทน์  อาจด้วยความเชื่อดั้งเดิมว่าช็อกโกแลตช่วยเพิ่มพลังทางเพศได้ หรือด้วยรูปลักษณ์สวยงามและความหอมหวานน่าพึงพอใจก็ตาม แต่ใครจะรู้บ้างว่าในความงามและความอร่อยนั้น ช็อกโกแลตอุดมด้วยประโยชน์ที่ดีต่อหัวใจด้วยเช่นกัน

 

ช็อกโกแลตมีสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยป้องกันโรคได้อย่างหลากหลาย เช่น

  • สารคาเฟอีน (Caffeine) มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ
  • สารทิโอโบรมีน (Theobromine) ช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นการเต้นของหัวใจ สามารถลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
  • สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ในกลุ่มโพลิฟีนอล (Polyphenol) ต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจและสมอง ช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของโรคหัวใจได้

 

การกินช็อกโกแลตให้มีประโยชน์สูงสุดควรเลือกดาร์กช็อกโกแลต  (Dark Chocolate) ที่ผลิตจากผลโกโก้  ซึ่งดาร์กช็อกโกแลตที่ได้มาตรฐานนั้นจะต้องมีปริมาณของโกโก้สูง 70-85% หรือดาร์กช็อกโกแลต 100 กรัม  มีโกโก้เป็นส่วนผสมปริมาณ 70-85% แม้ดาร์กช็อกโกแลตจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและนมน้อยมาก  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย ดังนั้นจึงควรกินช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสมและออกกำลังกายควบคู่ไป

 

ด้วยความห่วงใยจาก HighWay Whey Protein Isolate

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com   

วิธีกินไข่สำหรับคนสร้างกล้าม

ไข่ เป็นอาหารที่มีราคาถูกแต่มีโปรตีนที่สูง ไม่มีกลูเตน อีกทั้งยังประกอบไปด้วยกรดอมิโนถึง 9 ชนิด ปราศจากน้ำตาล และแป้ง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ

  • อบแบบมัฟฟิน : นำไข่ 12 ฟองลงไปตีในถ้วยให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนยแข็งชนิดไขมันต่ำลงไปครึ่งถ้วย หั่นผักใส่ลงไปอย่างน้อย 2 ถ้วย ผักอะไรก็ได้ แล้วใส่เกลือพริกไทยลงไปเล็กน้อย เมื่อเข้ากันดีแล้วนำไปใส่ในถ้วยอบ และนำเข้าเตาอบ โดยใช้ความร้อน 350 องศาฟาเรนไฮต์ ทิ้งไว้ประมาณ 20-25 นาที สามารถนำมารับประทานกับผลไม้ หรือมัฟฟินก็ได้
  • ขนมปังหน้าไข่ : ตอกไข่ใสกระทะร้อน ใช้ไฟต่ำ หรือปานกลาง รอจนไข่สุกดี เตรียมขนมปัง (ขนมปังโฮลวีท ยิ่งได้ประโยชน์สูง) วางผักหั่นเป็นชิ้นบาง เช่น อโวคาโด มะเขือเทศ ใส่พริกไทยเล็กน้อย แล้วนำไข่ที่สุกแล้ว มาวางบนหน้าขมมปัง เมนูนี้จะให้โปรตีนสูง แถมยังมีไฟเบอร์
  • ไข่ข้าวโอ๊ต : นำข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปเทใส่ถ้วย ใส่น้ำลงไปครึ่งถ้วย และตอกไข่ลงไป 1 ฟอง ใส่เครื่องปรุงให้เข้ากันดี จากนั้นนำเข้าไปอบในไมโครเวฟ ประมาณ 90 วินาที ก็พร้อมสำหรับการรับประทาน
  • ไข่กับผักสีเขียว : ต้มน้ำในกระทะให้พอเดือด ตอกไข่ใส่ถ้วย แล้วค่อย ๆ เทลงไปในกระทะโดยใช้ไฟอ่อน ปล่อยให้ไข่สุกโดยไม่ต้องคน รอจนส่วนที่เป็นสีขาวแข็งตัวดีแล้ว ค่อย ๆ เอาช้อนตักขึ้นมา จากนั้นวางลงบนผักสดที่เตรียมไว้ ปรุงรส พริกแดง เกลือ พริกไทย บีบมะนาวลงไป และอาจจะเพิ่มรสชาติด้วยน้ำส้มสายชูสักเล็กน้อย
  • ไข่คน : ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีให้เข้ากัน ใส่พริกไทย มะเขือเทศหันบาง จากนั้นนำเข้าไปอบในไมโครเวฟประมาณ 45 วินาที เอาออกมาคนให้เข้ากัน แล้วนำเข้าไปอบต่ออีก 30-45 วินาที เป็นอันเสร็จสิ้น อาจเพิ่มรสชาติด้วยการใส่ชีสลงไปด้วยก็ได้

ไข่เป็นอาหารที่ทุกคนแทบจะมีติดบ้าน เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้ง่ายๆด้วยไข่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ อย่าลืมดูแลสุขภาพและสร้างกล้ามเนื้อกันด้วยนะครับ ด้วยความเป็นห่วงจาก mannature

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.muscleandfitness.com

กรดอะมิโนที่สำคัญต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ความสำคัญของโปรตีนและกรดอะมิโนอาจกล่าวได้ว่า โปรตีน ก็คือสารประกอบชนิดหนึ่งที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่มาก โดยเกิดขึ้นมาจากการที่กรดอะมิโน ( Amino Acids ) มาเชื่อมต่อกันเป็นจำนวนมาก

โดยกรดอะมิโน คือหน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีนนั่นเอง ซึ่งจะอยู่ในรูปที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้น เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีโปรตีนเข้าไป ร่างกายจึงต้องย่อยสลายโปรตีนจนกลายเป็นกรดอะมิโนก่อน จึงจะสามารถนำกรดอะมิโนไปใช้ประโยชน์ได้ นอกจากนี้กรดอะมิโนก็ยังเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือด กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ ฮอร์โมนและเอ็นไซม์อีกด้วย รวมถึงในแอนติบอดี ( Antibody ) ที่จะทำหน้าที่ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายโดยตรง

 

สำหรับประโยชน์ของกรดอะมิโน แบ่งได้ตามชนิดของกรดอะมิโน ดังนี้

  • ลิวซีน (Leucine) ช่วยรักษาเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ
  • ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และกระดูก
  • วาลีน (Valine) ช่วยทำหน้าที่ประสานกล้ามเนื้อ
  • กลูตามีน (Glutamine) ช่วยในการฟื้นฟูและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  • อาร์จินีน ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของร่างกาย
  • ออร์นิทีน (Ornithine) เสริมสร้างมัดกล้ามเนื้อให้มีความทนทาน
  • ไกลซีน (Glycine) ซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่มีการฉีกขาดหรือถูกทำลาย
  • ไลซีน (Lysine) เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ควบคุมระบบฮอร์โมน ลดการเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อ
  • ฮีสทิดีน (Histidine) พบมากในเฮโมโกลบิน ถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการโลหิตจาง ไขข้ออักเสบ
โปรตีนเท่าไร ที่คุณต้องการ

เราควรทานโปรตีนเท่าไหร่ต่อวัน

สำหรับปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมนั้น สามารถแยกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ บุคคลทั่วไปที่ร่างกายไม่ได้ต้องการโปรตีนเป็นพิเศษ และบุคคลที่ต้องการโปรตีนสูง เช่นนักกีฬาหรือผู้ออกกำลังกายหนัก     

สำหรับบุคคลทั่วไปนั้น องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า โดยปกติแล้วร่างกายจะต้องการโปรตีนไม่น้อยกว่า 50 กรัมต่อวันต่อคน ถ้าหากได้รับน้อยเกินกว่าปริมาณที่กำหนดอาจส่งผลให้เจริญเติบโตช้า อ่อนเพลีย สมองสั่งการช้ากว่าปกติทำให้มีความต้านทานต่อโรคต่ำ และอาจเจ็บป่วยและเป็นโรคต่างๆได้ง่าย โดยสามารถแบ่งปริมาณความต้องการโปรตีนได้ตามช่วงอายุดังนี้

  • เด็กทารก(อายุ1-3ขวบ)จะต้องการโปรตีนอยู่ที่ 1.2กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 15 กรัมต่อวัน
  • เด็กเล็ก(อายุ3-7ขวบ)จะต้องการโปรตีนอยู่ที่ 1.1กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 26 กรัมต่อวัน
  • เด็กโต(อายุ7-14ขวบ)จะต้องการโปรตีนอยู่ที่ 1กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 45 กรัมต่อวัน โดยโปรตีนในกลุ่มเด็กทั้ง 3 วัยนี้มีหน้าที่หลักในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต
  • ผู้ใหญ่ จะต้องการโปรตีนอยู่ที่ 0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 55 กรัมต่อวัน โปรตีนในผู้ใหญ่จะมีหน้าที่หลักเพื่อไว้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • หญิงตั้งครรค์ จะต้องการโปรตีนอยู่ที่ 1.1-1.3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 75 กรัมต่อวัน โดยโปรตีนจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการสร้างน้ำนมนั้นเอง

 

สำหรับนักกีฬาหรือผู้ออกกำลังกายเป็นประจำ สามารถแบ่งความต้องการโปรตีนออกเป็น2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  • คนออกกำลังกายแบบ แอโรบิค หรือเน้นการคาร์ดิโอเป็นหลัก ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการ จะอยู่ที่ประมาณ1.2-1.4 กรัม ต่อน้ำหนักตัว1 กิโลกรัม กลุ่มนี้อาจเลือกทานโปรตีนเสริมได้เพราะถือว่าเป็นจำพวกอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพด้วย ซึ่งหน้าที่ของโปรตีนของคนในกลุ่มนี้จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และช่วยลดอาการบาดเจ็บขณะและหลังฝึกซ้อม
  • คนที่ออกกำลังกาย แบบ แอนนาโรบิค เช่น การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง ชกมวย ยกน้ำหนัก ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการ จะอยู่ที่ประมาณ 1.2-1.7 กรัม ต่อน้ำหนักตัว1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับความหนักของการฝึก อาจจะทานโปรตีนเสริมเพิ่มด้วยก็ได้ เช่น โปรตีนประเภทไอโซเลต Isolate เพราะมีปริมาณโปรตีนเข้มข้นถึง 90 % การทานโปรตีนในกลุ่มนี้จะช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ช่วยซ่อมแซม กล้ามเนื้อ เนื้อเยื้อ และเซลล์ต่างๆในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้ฮอลโมลต่างๆทำงานได้ดีขึ้น

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.lovefitt.com

วิตามิน - แร่ธาตุ ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย

วิตามิน - แร่ธาตุ ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย

  • วิตามินบี ช่วยในการสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ วิตามินบียังจำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดงและเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน
  • วิตามินซี ช่วยในการป้องกันกล้ามเนื้อและกระดูกจากการบาดเจ็บ
  • วิตามินดี ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง และยังช่วยในเรื่องโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • วิตามินเอ มีความสำคัญในการสังเคราะห์โปรตีน ที่จำเป็นต่อการเติบโตของกล้ามเนื้อ
  • วิตามินอี ช่วยในการปกป้องเซลล์ในร่างกาย กำจัดสารพิษจากอนุมูลอิสระออกากร่างกาย
  • โอเมก้า 3 ช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ทำให้สารอาหารต่างๆ ไปสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • แมกนีเซียม ช่วยไม่ให้เกิดตะคริว และการสะสมของกรดแลคติคในกล้ามเนื้อ ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือปวดกล้ามเนื้อ
  • ธาตุเหล็ก ช่วยการทำงานของกระบวนการเผาผลาญพลังงาน และส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

          หลังจากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วร่างกายจะมีการสูญเสียแร่ธาตุและวิตามินโดยอาจจับออกมาทางเหงื่อ เพราะฉะนั้นออกกำลังกายเสร็จอย่าลืมเลือกทานผลิตภัณฑ์หรืออาหารที่ช่วยซ่อมแซมแร่ธาตุและวิตามินที่หายไปด้วย เพราะเราห่วงใยและใส่ในสุขภาพของคุณจาก kleen อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ

ชนิดของเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีนนั้นนอกจากจะทำให้ร่างกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ช่วยต่อต้านหรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่ม ช่วยให้ห่างไกลจากภาวะโรคอ้วน ซึ่งปัจจุบันมีเวย์โปรตีนอยู่ทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน คือ

 

  1. เวย์โปรตีน คอนเซนเทรท (WPC) – เวย์โปรตีนชนิดนี้จะมีความเข้มข้นอยู่ประมาณ 70-80% เป็นผงสีครีมอ่อน และมีกลิ่นรสตามธรรมชาติแบบนม เต็มไปด้วยกรดอะมิโนครบทั้ง 20 ชนิด และกรดอะมิโนจำเป็นอีก 8 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น ป้องกันการติดเชื้อ และเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกต่างหาก

 

  1. เวย์โปรตีน ไอโซเลต (WPI)  – เวย์โปรตีนชนิดนี้ได้จากการนำเวย์โปรตีน คอนเซนเทรทมาผ่านกระบวนการผลิตเพิ่มเติม ทำให้มีความเข้มข้นของโปรตีนสูงขึ้นไปอีก มากกว่า 90% เลยทีเดียว เป็นผงสีครีมอ่อน และมีกลิ่นธรรมชาติแบบนมเหมือนกัน

 

  1. เวย์โปรตีน ไฮโดรไลซ์ (WPH) – เป็นเวย์โปรตีนแบบที่ 1 และ 2 ที่ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ ทำให้โมเลกุลของเวย์โปรตีนที่มีขนาดใหญ่ ถูกย่อยจนเป็นเปปไทด์ ทำให้มีโปรตีนบริสุทธิ์สูงถึง 100% ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บอกด้วยว่า เวย์โปรตีนในรูปแบบของเปปไทด์นั้นร่างกายจะดูดซึมได้ดีที่สุด ซึ่งมีงานวิจัยทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าเวย์โปรตีน สามารถช่วยส่งเสริมภาวะโภชนาการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งดีขึ้นได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.omgthailand.net

เวย์โปรตีนควรทานเวลาไหนดีที่สุด

ควรทานเวย์โปรตีนในช่วงเวลาที่ร่างกายมีกรดอะมิโนอยู่ในระดับต่ำ คือ ช่วงตื่นนอน และ หลังออกกำลังกาย หรือช่วงเวลาที่เราหิว

  • ช่วงตื่นนอน คือ ช่วงเวลาที่ไม่มีสารอาหารมาหล่อเลี้ยงร่างกาย ทำให้มีโอกาสที่กล้ามเนื้อจะสลายได้ ดังนั้นการทานช่วงตื่นนอนจะช่วยป้องกันการสลายของกล้ามเนื้อได้ดี
  • ช่วงหลังออกกำลังกาย คือ ช่วงเวลาที่เราออกกำลังกายอาจส่งผลให้มัดกล้ามเนื้อทำงานและฉีกขาดได้ ควรทานเข้าไปหลังออกกำลังกายเพื่อที่จะได้นำโปรตีนเข้าไปซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  • ช่วงเวลาที่เราหิว คือ ช่วงเวลาที่ร่างกายมีสารอาหารไม่เพียงพอ ควรทานเวย์โปรตีนเข้าไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อถูกสลาย
5 อาหารช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ ทานเพลิน ไม่ต้องกลัวอ้วน

นอกจากการออกกำลังกายเพื่อรักษาหุ่นให้ดูดีแล้ว การเลือกรับประทานอาหารก็เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดูแลรูปร่างของเราได้เช่นกัน โดยเฉพาะการเลือกทานอาหารที่มีไขมันน้อยและยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อของเราด้วยแล้ว จะยิ่งเป็นการทำให้รูปร่างของเราเข้าที่เข้าทางได้เร็วขึ้นอีกด้วย

1. กรีกโยเกิร์ต

     อาหารประจำของสาวๆ สายคลีนที่มักจะมีติดตู้เย็นไว้เสมอๆ โดยเจ้ากรีกโยเกิร์ตนี้ มีแคลเซียมที่มากกว่าโยเกิร์ตธรรมดาอยู่หลายเท่าตัว รวมถึงยังมีวิตามินและโปรตีนที่มากกว่าด้วย  ใครที่อยากหาของกินลองท้องมีประโยชน์และไม่อ้วน แนะนำกรีกโยเกิร์ตไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก

2. แซลมอน

ถือเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมโอเมก้า – 3 ซึ่งใครๆ ต่างรู้กันอยู่แล้วว่าการกินเนื้อปลาแซลมอนไม่ทำให้อ้วน แล้วยิ่งถ้าเป็นเมนูที่ไม่มีไขมันด้วย ยิ่งทำให้สามารถความคุมน้ำหนักได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย อย่างเช่นเมนู ยำแซลมอน หรือ ลาบแซลมอน ยำแซลมอน กินได้ กินดี ไม่มีไขมัน) ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่หลายคนเลือกที่จะกิน เพราะเป็นเมนูรสแซ่บและไม่อ้วนเหมาะกับคนไทยจริงๆ

3. คอจเทจชีส

     ถึงแม้จะเป็นชีส แต่ก็อย่าเพิ่งกังวลไปนึกว่าจะอ้วน เพราะในความเป็นจริงเจ้าคอจเทจชีสถือเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ได้รับความนิยมนำมาเป็นมื้อเช้าสำหรับลดน้ำหนัก ยิ่งได้กินคู่กับผลไม้สดด้วยแล้ว นอกจากจะอยู่ท้อง คอจเทจชีสยังมีไขมันต่ำแต่ในขณะเดียวกันก็มีแคลเซียมและวิตามินอยู่สูงพอสมควรเลย

4. แครอท

     สุดยอดอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน A และยังมีแคลอรี่ต่ำ ทำให้หลายคนเลือกที่จะซื้อแครอทมาติดตู้เย็นไว้ เวลาหิวๆ ก็แค่เอามาลวกหรือต้ม หรือถ้าสามารถจะกินดิบๆ ได้ก็ไม่ว่ากัน และนอกจากจะมีวิตามินสูงแล้ว แครอทยังมีไฟเบอร์สูงเช่นกัน

5. ชาเขียว

     อีกหนึ่งอาหารที่ช่วยในการดีท็อกซ์ร่างกายอย่างชาเขียว ยิ่งได้ดื่มอุ่นๆ ยังช่วยแก้หวัดได้ด้วย โดยในชาเขียว 1 ถ้วย มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย ช่วยขับปัสสาวะ ขับไขมันและยังช่วยบำรุงการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายได้อีกด้วย

จริงๆแล้ว คอลลาเจนคืออะไร
  • Collagen  คือโปรตีนที่อยู่ใต้ชั้นหนังแท้เป็นตัวช่วยสร้างความตึงกระชับให้กับผิว ซึ่งจะมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว
  • แต่เมื่ออายุเกิน 20 ปี จะสูญเสียคอลลาเจน ทุกๆ ปี ปีละ 1%
  • เมื่อขาดคอลลาเจน จะทำให้ผิวเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น หยาบกระด้าง ไม่ชุ่มชื่น
  • ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสลายตัวของคอลลาเจน เกิดจากแสงแดด มลพิษต่างๆ บุหรี่ สารปนเปื้อนในอาหาร เป็นต้น
  • การเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวกลับมาสดใส มีอยู่หลายวิธีที่นิยมและปลอดภัยที่สุดคือ การดื่มคอลลาเจนผงหรือเครื่องดื่มที่ผสมคอลลาเจนนั่นเอง

 

CR : birdsuccessmore

Cardio ตอนท้องว่างเผาผลาญได้ดีกว่า

ผลของการ Cardio ตอนท้องว่าง

• ลดไขมันได้น้อยกว่า

• เสียมวลกล้ามเนื้อมากกว่า

• ใช้เวลาออกกำลังกายนานกว่า ทำให้เสียเวลา

Afterburn ต่ำเพราะต้องใช้ความหนักต่ำตอนออกกำลังกาย

 

ผลของการกินอาหารก่อน Cardio

• ออกกำลังกายได้หลากหลาย

• ลดไขมันได้มากกว่า

• รักษามวลกล้ามเนื้อได้ดีกว่า

• ใช้เวลาออกกำลังกายได้น้อยกว่า ประหยัดเวลา

Afterburn สูงเพราะต้องใช้ความหนักสูงได้

 

*** หากคุณกินอาหารก่อนไป Cardio จะสามารถใช้พลังงานจากไขมันได้ดีกว่า ลดไขมันได้และเสียมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่า

วิธีเพิ่มกล้ามเนื้อง่ายๆ ด้วยการกิน

ดื่มน้ำก่อนและหลังออกกำลังกาย  ผู้ที่ออกกำลังกายควรดื่มน้ำก่อนออกกำลังกายประมาณ 350-470 มิลลิลิตร ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่า 1 ชั่วโมง อาจดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เนื่องจากร่างกายอาจสูญเสียเกลือแร่และเสี่ยงต่อสุขภาพได้

 

รับสารอาหารให้ครบถ้วน ผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อจำเป็นต้องได้รับสารอาหารให้ครบถ้วน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ โดยการรับประทานผักผลไม้ที่เป็นแหล่งรวมวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญ เช่น แอปเปิ้ล กล้วย ลูกแพร์ สับปะรดหรือแตงโม

 

ไม่อดแป้ง ควรรับประทานอาหารจำพวกแป้งเป็นอาหารหลักทุกมื้อ เพราะแป้งจะให้พลังงานและสารอาหารหลักสำหรับร่างกาย หากพลังงานไม่เพียงพอจะทำให้สร้างกล้ามเนื้อได้ยาก

 

รับประทานถั่วและแหล่งโปรตีน ผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อควรเลือกรับประทานถั่วต่าง ๆ ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และโปรตีนอื่น ๆ เพราะช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมทั้งรับประทานน้ำมันปลาซึ่งอุดมไปด้วยกรดโอเมก้า 3

 

รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ การเพิ่มกล้ามเนื้อต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ เนื่องจากโปรตีนจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ โดยใช้กรดอะมิโนจำเป็นไปช่วยเพิ่มโปรตีน หากขาดโปรตีนไปจะไม่สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้และกล้ามเนื้ออาจจะถูกย่อยสลายมาแทนโปรตีนที่ขาดด้วย

 

รับประทานโปรตีนเสริม หากร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ เวย์โปรตีนเป็นทางลัดที่สร้างมาเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเสริมโปรตีนให้ร่างกายรวมถึงกรดอะมิโนที่จำเป็นเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับง่ายๆ สุขภาพดีได้แม้จะใช้ร่างกายหนัก

ทานอาหารเช้าทุกเช้า

มือเช้าทานอาหารให้อิ่มอยู่ท้อง และพยายามให้ครบทุกหมวดหมู่ แต่อาหารกลางวันกับเย็นอาจทานแค่พอประมาณ ซึ่งควรจะเน้นหนักไปทางพืช ผัก ผลไม้สด มากกว่าจัดมื้อหนัก

ไม่ออกกำลังกายอย่างหักโหม

อาจเปลี่ยนเป็นเดินให้มากขึ้น ขยับตัวจากโต๊ะทํางาน เพราะการออกกําลังกายจะช่วยในเรื่องของการไหลเวียนของเลือด และยังกระตุ้น Growth Hormone ภายในร่างกายด้วย

นอนก่อนเที่ยงคืน

การพักผ่อนเพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง จะทําให้ร่างกายสามารถผลิตฮอร์โมนออกมาได้อย่างครบถ้วน ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ มีบทบาทตั้งแต่เรื่องป้องกันการแก่ชรา กันเครียด ไปจนช่วยเผาผลาญน้ำตาล

มองโลกในแง่ดี

ผู้หญิงจึงมักคิดในรายละเอียด และวิตกกังวลง่าย ลองปล่อยวางและปรับวิธีคิด เพื่อให้อารมณ์แจ่มใส จะทำให้นอนหลับง่ายขึ้น รวมถึงระบบการทํางานของร่างกายก็จะดีตามมา

ตรวจร่างกาย

การตรวจสุขภาพจะช่วยประเมินสภาพร่างกายว่าแข็งแรงหรือไม่ หรือมีความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตไหม ซึ่งถ้าเรามีความผิดปกติ จะช่วยให้เราสามารถป้องกัน และรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

 

7 คุณประโยชน์ จาก เวย์โปรตีน

1. ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ

รับประทาน“เวย์โปรตีน”ควบคู่กับการออกกำลังกาย จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้ออกมาสวยงามขึ้น

 

2.ควบคุมน้ำหนัก

“เวย์โปรตีน” มีส่วนช่วยการลดน้ำหนัก  สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และรักษาสมดุลของมวลกล้ามเนื้อไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. ซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกาย

การออกกำลังกายอย่างหนัก อาจจะทำให้เจ็บปวดกล้ามเนื้อได้ การรับประทาน “เวย์โปรตีน” จะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ได้รับผลจากการออกกำลังกาย รวมทั้งยังป้องกันอาการปวดเมื่อยหลังจากออกกำลังกายได้

 

4. ลดการสูญเสียของกล้ามเนื้อ

สำหรับผู้สูงอายุสามารถรับประทาน “เวย์โปรตีน”ได้ เพราะจะเป็นสารอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียกล้ามเนื้อได้ เพราะผู้สูงอายุมักจะเคลื่อนไหวร่างกายได้น้อยกว่าคนหนุ่มสาว ทำให้เกิดการสูญเสียของกล้ามเนื้อได้

 

5. ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

การรับประทาน“เวย์โปรตีน”ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้ เพราะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มกลูตาไธโอนให้กับร่างกาย เปรียบเสมือนเพิ่มสารอนุมูลอิสระ จึงทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ร่างกายจะแข็งแรงได้ ส่วนหนึ่งต้องมาจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

6.ช่วยเสริมให้กระดูกแข็งแรง

“เวย์โปรตีน” เป็นทั้งแหล่งโปรตีนชั้นสูง และแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมจะเป็นแร่ธาตุหลักที่ช่วยรักษามวลกระดูกไว้ และยังช่วยควบคุมปริมาณไขมันในเซลล์

 

7. ช่วยเสริมให้หัวใจแข็งแรง

 “เวย์โปรตีน”นอกจากจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงได้แล้ว ยังมีส่วนช่วยทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้แข็งแรงขึ้น เนื่องจากเปปไทด์ใน“เวย์โปรตีน” ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและป้องกันคราบตะกอนไม่ให้เกิดขึ้นในเส้นเลือด ทำให้มีผลพลอยได้ช่วยลดความดันโลหิตในเส้นเลือดได้เช่นกัน

รู้หรือไม่ กล้ามเนื้อคนเรา สลาย-สร้างตลอดเวลา

“มวลกล้ามเนื้อ” จะเป็นกระจกสะท้อนสุขภาพของคุณ

จากงานวิจัยใหม่ๆ บอกว่า สุขภาพร่างกายกับกล้ามเนื้อนั้นสัมพันธ์กันเป็นอย่างยิ่ง เพราะโปรตีนและพลังงานที่เรากินเข้าไป จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทุกวัน

แต่คุณรู้ไหมว่า กล้ามเนื้อในร่างกายคนเรามีการสลายอยู่ตลอดเวลา

 

โปรตีนหรือกล้ามเนื้อในร่างกายคนเรา มีการสลายและสร้างใหม่ตลอดเวลา 3%-4% ต่อวัน แต่ละบริเวณจะมีการสลายที่ต่างกันไป เช่น โปรตีนในเซลล์ลำไส้ จะมีการสลาย 30%-40% ทุกวัน จึงมีการสร้างใหม่เกือบทั้งหมดในรอบ 3 วัน และในส่วนกล้ามเนื้อ มีการสลายและสร้างใหม่เกือบทั้งหมดในรอบ 100 วัน (ประมาณ 3 เดือน)

 

กล้ามเนื้อแขนและขาที่แข็งแรง ช่วยให้เดินเหินได้ดี ใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่พลาดช่วงเวลาแห่งความสุขของเรา การดูแลด้วยอาหารให้ถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อทดแทนที่สลายไปในทุกวัน  เพราะถ้าเราปล่อยปละละเลย ในระยะสั้นอาจไม่สังเกตเห็นอาการอะไร แต่ในระยะยาวมวลกล้ามเนื้อจะลดลง บางคนอาจจะผอมลง กล้ามเนื้อแขนขาเล็กลง หรือบางคนน้ำหนักตัวมากก็ไม่ควรจะเพิกเฉยกับมัน เพราะอาจมีไขมันมากแต่กล้ามเนื้อน้อย เนื้อจะเหลวๆไม่เฟิร์ม นานวันเข้าจะมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง

เราจะได้รับโปรตีนได้อย่างไร จากไหน

เราได้โปรตีนจากอาหารที่เรากินเข้าไป โปรตีนจะถูกย่อยสลายเป็นกรดอะมิโนในร่างกายของเรา โดยอาหารซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ สัตว์ปีก ปลา ไข่ และในอาหารที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์บางชนิด ก็มีโปรตีนสูงเช่นกัน พวก ถั่วชนิดต่างๆ และธัญพืช (เช่น จมูกข้าวสาลี และพืชควินัวร์ )

 

สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การกินอาหารอย่างพอเหมาะ ครบหมู่ ก็ทำให้ได้รับโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการ โดยที่เราไม่ต้องกินอาหารเสริมเลย

 

สถาบันทางการแพทย์แนะนำให้คนวัยผู้ใหญ่ทานโปรตีนอย่างน้อย 8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 20 ปอนด์ และควรได้รับพลังงานจากโปรตีน 10-35% จากพลังงานที่ได้รับทั้งหมด เพื่อสุขภาพที่ดี ยังไงก็ตาม ปริมาณโปรตีนที่เราควรได้รับยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น อายุ สุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น

ซึ่งปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับแตกต่างจากผู้ใหญ่

 

การตัดสินใจปริมาณไขมันในอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเราควรกินอาหารที่มีโปรตีนสูงและมีไขมันอิ่มตัวต่ำ  ซึงในทุกวันนี้เราน่าจะเห็นกันแล้วว่า มีงานวิจัยมากมายไม่ว่าจะเป็นในโซเชียล เว็บไซต์ แสดงให้เห็นว่า การกินอาหารจำพวกปลา เนื้อไก่ ถั่ว และธัญพืชแทนเนื้อวัวหรือเนื้อแดง ช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และลดโอกาสการเกิดโรคจำพวกโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และมะเร็งได้

การเดินช่วยให้เราลดไขมันได้อย่างไร ดีอย่างไร

ถ้าเราต้องการมีหุ่นที่ดีและสุขภาพดีอยู่เสมอ เราควรออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะการทำกิจกรรมทางกายช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาสุขภาพได้เช่น โรคหัวใจ เบาหวานและมะเร็ง นอกเหนือจากนี้การออกกำลังกายยังมีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนักและการรักษาน้ำหนักอีกด้วย ซึ่งการเดินเป็นหนึ่งในกิจกรรมการออกกำลังกายที่ดี มีความเสี่ยงน้อยและสามารถทำได้ทุกคน อีกทั้งการเดินยังเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดที่ใครๆก็สามารถทำได้อีกด้วย

 

หลายคนที่ลดน้ำหนักไปแล้ว พบว่า สุดท้ายแล้วกลับมาน้ำหนักตัวเท่าเดิมอีกครั้ง  การออกกำลังกายเป็นประจำมีส่วนสำคัญในการคุมน้ำหนักหลังจากลดลงไปแล้วได้ การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดิน ไม่ใช่แค่ช่วยเพิ่มปริมาณพลังงานที่เราเผาผลาญต่อวัน แต่ยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อซึ่งทำให้เราเผาผลาญมากขึ้นแม้ในขณะที่เราพักก็ตามและนอกจากนี้ การทำกิจกรรมที่มีความเข้มข้นปานกลางเช่น การเดิน การเดินเร็ว การเดินทางชัน เป็นประจำ ยังช่วยทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นได้ ซึ่งช่วยทำให้เรามีแนวโน้มว่าจะทำกิจกรรมทางกายเป็นประจำได้ในระยะยาวอีกด้วย

 

สรุปแล้วคือ

..............

การเดินเป็นการออกกำลังกายความเข้มข้นต่ำที่สามารถเพิ่มเข้าไปในชีวิตประจำวันได้ง่าย การเดินให้บ่อยขึ้นสามารถช่วยลดน้ำหนักและไขมันหน้าท้องได้ รวมไปถึงยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก เช่น ลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ และทำให้อารมณ์ดีขึ้น การเดินเพียง 1.6 กิโล สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ 100 แคลอรี่ ถ้าเราต้องการที่จะลดน้ำหนัก เราสามารถได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้จากการเพิ่มกิจกรรมทางกายประกอบกับการกินที่ดีต่อสุขภาพนั่นเอง